เมื่อกระแส Prop Trading ในประเทศกำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ คุณเคยสงสัยไหมว่าโลกของ Prop Trading เป็นอย่างไร และเทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้จริงเท่าไหร่?
เรื่องราว "รวยทางลัด" ต่าง ๆ นั้นน่าดึงดูดใจก็จริง แต่การแยกแยะระหว่างการตลาดกับความจริงนั้นไม่ง่ายเลย เผลอ ๆ อาจประเมินความคาดหวังสูงเกินไป หรือแม้กระทั่งฝังความผิดหวังไว้ให้ตัวเองก็ได้ ถ้าอยากเดินบนเส้นทางนี้จริง ๆ ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง? และควรมองรายได้อย่างสมจริงได้อย่างไร?
บทความนี้จะช่วยคุณเปิดม่านหมอก และเจาะตรงไปที่คำถามหลัก: เทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้จริงเท่าไหร่?
เราจะแยกส่วนอย่างเป็นระบบ: โครงสร้างรายได้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทน ช่วงรายได้ที่เป็นไปได้จริง ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ และความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่แท้จริงเบื้องหลังอาชีพนี้ ไม่ว่าคุณจะกำลังพิจารณาบริษัท Prop Trading แบบดั้งเดิม หรือกำลังศึกษาอยู่กับโบรกเกอร์ Forex ออนไลน์ที่มีโปรแกรม "Prop Model" การเข้าใจว่าเงินนั้นหาได้อย่างไรคือก้าวแรก
ทำความเข้าใจโครงสร้างรายได้ที่แท้จริงของเทรดเดอร์ Prop Trading
ก่อนจะพูดถึงตัวเลขเงินเดือนหรืออัตราการแบ่งกำไรโดยตรง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Prop Trading คืออะไร และทำไมการเข้าใจรายได้ที่อาจเกิดขึ้นจึงสำคัญมาก
บริษัท Prop Trading คืออะไร?
จริง ๆ เราเคยอธิบายไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว พูดง่าย ๆ Prop Trading คือแผนให้ทุนเทรดเดอร์ที่บริษัท Prop Trading (เช่น FTMO, Axi Select และอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ) เป็นผู้จัดหาให้
เทรดเดอร์เพียงผ่านการประเมินและทดสอบของบริษัท Prop Trading ก็สามารถใช้เงินทุนที่บริษัทจัดหาให้ในการเทรดได้ (รวมถึงคู่สกุลเงิน ดัชนีหุ้น หุ้น โลหะมีค่า และสกุลเงินดิจิทัล) ขาดทุนบริษัทรับผิดชอบ กำไรก็แบ่งปันกัน เมื่อเทียบกับการใช้เงินทุนตัวเองแบบดั้งเดิม ความเสี่ยงจะน้อยกว่า
ทำไมการเข้าใจรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading จึงสำคัญ?
ถ้าคุณกำลังพิจารณาเดินเส้นทางนี้ การมีมุมมองที่สมจริงและชัดเจนต่อรายได้เป็นสิ่งสำคัญมาก
เรื่องราวรายได้สูงนั้นน่าดึงดูดก็จริง แต่ความจริงมักซับซ้อนกว่านั้นมาก รายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading ขึ้นอยู่กับผลงานเกือบทั้งหมด ไม่มี "เงินเดือนที่มั่นคง" เป็นเบาะรองรับ
ถ้าเริ่มต้นด้วยความคาดหวังที่ไม่สมจริง ก็อาจนำมาซึ่งความผิดหวัง ความกดดันทางการเงิน (โดยเฉพาะเมื่อต้องจ่ายค่าประเมิน) หรือแม้กระทั่งจบอาชีพเทรดเดอร์ของคุณไปเลย
การเข้าใจโครงสร้างรายได้อย่างชัดเจนจะช่วยให้คุณตัดสินได้ว่าโครงสร้างความเสี่ยง/ผลตอบแทนนี้เหมาะกับสถานะการเงินของคุณหรือไม่ และคุณรับมือกับความผันผวนของรายได้และแรงกดดันจากดรอวดาวน์ได้ไหม ที่สำคัญกว่านั้น คุณมีความสามารถในการเทรดและจิตใจที่แข็งแกร่งพอจะอยู่รอดในระยะยาวในสายนี้จริงหรือไม่
พูดตรง ๆ นี่คือการช่วยให้คุณตัดสินว่า: เส้นทางที่ยากมากแต่มีศักยภาพผลตอบแทนสูงนี้ เหมาะกับคุณจริงหรือไม่
เทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้อย่างไร? สองโมเดลหลัก
วิธีหารายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด มักขึ้นอยู่กับประเภทบริษัทที่เข้าร่วม สองโมเดลที่พบมากที่สุดคือ: ระบบแบ่งกำไร (พบมากในบริษัท Prop Trading ออนไลน์ เช่น Axi Select, FTMO) และ เงินเดือนพื้นฐาน + โบนัส (พบมากในบริษัท Prop Trading แบบดั้งเดิมที่ดำเนินงานในออฟฟิศ)
โมเดล #1: ระบบแบ่งกำไร: แบ่งปันผลกำไร
นี่คือโมเดลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อโปรแกรม "Prop Trader" ออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ตรรกะหลักมีแค่ประโยคเดียว: ผลงานเป็นตัวตัดสิน ยิ่งทำกำไรได้ดี ยิ่งได้มาก
✍ วิธีการทำงาน: บริษัท Prop Trading จะให้เงินทุนคุณเทรด คุณไม่มีเงินเดือนประจำ แต่จะแบ่งกำไรจากที่คุณสร้างด้วยเงินทุนนั้นตามอัตราที่ตกลงกัน คุณได้ส่วนหนึ่ง บริษัทได้ส่วนที่เหลือ
✍ อัตราแบ่งกำไรที่พบบ่อย: การแบ่งกำไรมักเอียงไปทางเทรดเดอร์ เริ่มต้นที่ 50/50 แต่ที่พบบ่อยกว่าคือ 70/30, 80/20 หรือแม้กระทั่ง 90/10 (เทรดเดอร์/บริษัท) บางบริษัทยังมีแผนเพิ่มทุนหรือเพิ่มอัตราแบ่งกำไร ถ้าคุณทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อัตราแบ่งกำไรจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อจูงใจให้คุณสร้างผลงานต่อเนื่องด้วยผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ยกตัวอย่างโปรแกรม Prop ของ Axi ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ชื่อดังที่มีประสบการณ์ยาวนาน อย่าง Axi Select เทรดเดอร์เริ่มแบ่งกำไรตั้งแต่ช่วง Incubation Stage ในอัตรา 40% เช่น ลูกค้ามีบัญชีตัวเองจริง ๆ แค่ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 35,000 บาท) ถ้าอยู่ในช่วง Incubation แล้วทำกำไรได้ 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500 บาท) บัญชี Prop ที่ copy อยู่ทำกำไรได้ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 35,000 บาท) ก็จะได้ส่วนแบ่ง 40% คือ 400 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 บาท) เมื่อเลื่อนระดับขึ้นเรื่อย ๆ คุณจะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น สูงสุดถึง 80% ของกำไร
✍ วิธีคำนวณรายได้ของคุณ: ตรรกะง่ายมาก สมมติว่าบัญชี Prop เป็นบัญชี 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500,000 บาท) เดือนหนึ่งทำผลงานได้ดี ทำกำไรได้ 5% (คือ 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 175,000 บาท) ถ้าอัตราแบ่งกำไรของคุณคือ 80/20 คุณจะได้ 80% ของกำไรนั้น คือ 4,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 140,000 บาท) บริษัทเก็บ 20% ที่เหลือ (1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 35,000 บาท) วิธีคำนวณนี้เป็นตัวกำหนดโดยตรงว่าเทรดเดอร์ Prop Trading จะหาเงินได้เท่าไหร่ในแต่ละรอบการชำระบัญชี
โมเดล #2: เงินเดือนพื้นฐาน + โบนัส: รายได้มั่นคง + โอกาสเติบโต
โครงสร้างนี้พบมากในบริษัท Prop Trading แบบดั้งเดิมที่成熟แล้ว มักตั้งอยู่ในศูนย์การเงินขนาดใหญ่ เทรดเดอร์เป็นพนักงานประจำ เทรดในออฟฟิศจริง (คล้ายกับบริษัทที่รับสมัครแล้วขายสินค้าในประเทศ) ข้อดีคือรายได้มั่นคงกว่า แต่เมื่อเทียบกับระบบแบ่งกำไรล้วน สัดส่วนกำไรที่คุณได้รับโดยตรงอาจต่ำกว่า
✍ วิธีการทำงาน: เทรดเดอร์จะได้รับเงินเดือนพื้นฐานคงที่ แม้ตลาดผันผวนหนักหรือผลงานระยะสั้นดรอวดาวน์ ก็ยังมีรายได้ขั้นต่ำเป็นหลักประกัน (แน่นอนว่าขาดทุนต่อเนื่องย่อมยอมรับไม่ได้) เหนือเงินเดือนพื้นฐานยังมีโบนัสที่ผูกกับผลงาน
✍ ช่วงเงินเดือนพื้นฐานที่พบบ่อย: ยกตัวอย่างโปรแกรม Prop ของบริษัทการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เทรดเดอร์ระดับเริ่มต้น รายได้รวมโบนัสอาจสูงถึง 100,000 – 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500,000 – 7,000,000 บาท) เทรดเดอร์ระดับกลางที่ผลงานดี รวมโบนัสแล้วรายได้รวมอาจอยู่ในช่วง 200,000 – 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,000,000 – 17,500,000 บาท)
เทรดเดอร์ระดับท็อป (เทรดเดอร์อาวุโส/หัวหน้าทีมเทรด)ที่มีผลงานยอดเยี่ยมในอดีต เงินเดือนพื้นฐานอาจเกิน 150,000 – 250,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,250,000 – 8,750,000 บาท) โบนัสมักเป็น "ตัวคูณ" รายได้ต่อปีบางครั้งอาจสูงถึง 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,500,000 บาท) หรือแม้กระทั่งเกิน 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35,000,000 บาท) โดยเฉพาะในสถาบันชั้นนำ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง Jane Street หนึ่งในบริษัท Prop Trading ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเคยเปิดเผยว่าเทรดเดอร์เชิงปริมาณ (Quant Trader) มีเงินเดือนพื้นฐานประมาณ 250,000 – 300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 8,750,000 – 10,500,000 บาท) และนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของค่าตอบแทนรวม ยังไม่รวมโบนัสตามดุลพินิจ
ความแตกต่างสำคัญ: เทรดเดอร์ Prop Trading ออนไลน์ vs. เทรดเดอร์ที่ถูกจ้าง
จุดนี้สำคัญมาก ต้องแยกให้ชัด
เทรดเดอร์ Prop Trading ออนไลน์มักใช้ระบบแบ่งกำไร พวกเขามักเป็นเทรดเดอร์อิสระ ไม่ใช่พนักงานบริษัท ต้องจ่ายค่าซื้อบัญชีเดโม่หรือฝากเงินจริงเพื่อรับสิทธิ์ Prop Trading รายได้มาจากการแบ่งกำไรเท่านั้น วิธีทำงานคือเทรดออนไลน์ ใช้อุปกรณ์เทรดของตัวเอง
เทรดเดอร์ Prop Trading ที่ถูกจ้างเป็นพนักงานประจำของบริษัท อยู่ในระบบเงินเดือน มักทำงานในออฟฟิศ มีเงินเดือนพื้นฐาน สวัสดิการ และโบนัส และไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อใช้เงินทุนบริษัทเทรด
อะไรเป็นตัวกำหนดรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading?
ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนพื้นฐานหรือการแบ่งกำไร ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading มีมากกว่าหนึ่งอย่าง รายได้ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ แต่จะผันผวนมากตามความสามารถส่วนบุคคล กฎของ Prop Trading และสภาวะตลาด
1) ความสามารถในการเทรด กลยุทธ์ และความสม่ำเสมอ: ปัจจัยชี้ขาด
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด ศักยภาพรายได้ของเทรดเดอร์ขึ้นอยู่กับว่าเขาสามารถสร้าง ทดสอบ และดำเนินการตามกลยุทธ์การเทรดที่ได้ผลในระยะยาวอย่างเคร่งครัดได้หรือไม่ ซึ่งรวมถึง:
✔ อ่านโครงสร้างตลาด
✔ ระบุโอกาสเทรดคุณภาพสูง
✔ ดำเนินการเทรดโดยไม่ถูกอารมณ์ครอบงำ
✔ ปรับกลยุทธ์ทันทีเมื่อสภาวะเปลี่ยน
ถ้าผลงานของคุณขึ้น ๆ ลง ๆ เทรดตามอารมณ์หนัก หรือกลยุทธ์เองไม่มีค่าคาดหวังเป็นบวกในระยะยาว ไม่ว่าบัญชีจะใหญ่แค่ไหน รายได้ก็จะดูไม่ดี
2) ขนาดบัญชี / ปริมาณเงินทุนที่เทรดได้
ตรรกะง่ายมาก: เงินทุนยิ่งมาก พื้นที่กำไรสัมบูรณ์ยิ่งมาก กำไร 5% เท่ากัน: 50,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,750,000 บาท) คือ 2,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 87,500 บาท); 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,500,000 บาท) คือ 25,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 875,000 บาท) เพียงเพราะเงินต้นต่างกัน ศักยภาพกำไรก็ขยายขึ้น 10 เท่า
บริษัท Prop Trading หลายแห่งมีแผนเพิ่มทุน ถ้าคุณทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก็จะได้ขนาดบัญชีที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งยกเพดานรายได้ของคุณขึ้นเรื่อย ๆ นี่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดระดับรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading ในระยะยาว
3) กฎและระเบียบของบริษัท Prop Trading
แต่ละบริษัทมีกฎของตัวเอง และกฎเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อว่า你能หาเงินได้เท่าไหร่
✍ เป้าหมายกำไรและข้อจำกัดดรอวดาวน์: ช่วงประเมิน (Challenge) มักกำหนดให้คุณทำเป้าหมายกำไรที่กำหนดภายใต้ข้อจำกัดดรอวดาวน์สูงสุดที่เข้มงวด หากละเมิด บัญชีมักถูกยกเลิกทันที รายได้กลายเป็นศูนย์ทันที (แน่นอนว่าบางแห่งมีโอกาสฟื้นคืนเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง เช่น Axi Select) ซึ่งบังคับให้เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยงอย่างมาก บางครั้งก็หมายความว่าคุณไม่สามารถเสี่ยงเกินไปเพื่อทำกำไรเพิ่มอีกนิด
✍ รอบการถอนเงิน: บริษัท Prop Trading ต่าง ๆ มีกำหนดการจ่ายส่วนแบ่งกำไรไม่เหมือนกัน อาจเป็นทุกสองสัปดาห์ เดือนละครั้ง หรือเฉพาะเมื่อคุณถึงเป้าหมายกำไรที่กำหนดจึงถอนได้ การเข้าใจรอบการถอนเงินช่วยให้คุณวางแผนและจัดการเงินส่วนตัวได้ดีขึ้น
✍ แผนเพิ่มทุน: ตามที่กล่าวข้างต้น นี่คือเส้นทางที่จะได้ขนาดเงินทุนเทรดที่ใหญ่ขึ้นเมื่อคุณถึงเป้าหมายผลงานที่กำหนด และมักได้อัตราแบ่งกำไรที่สูงขึ้นด้วย การรู้ชัดว่าต้องทำเงื่อนไขอะไรบ้าง (เช่น ทำอัตราผลตอบแทนได้ตามที่กำหนดในเวลาที่กำหนด หรือถอนเงินสำเร็จตามจำนวนครั้ง) เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับศักยภาพรายได้ของคุณ
4) สภาวะตลาดและความผันผวน
ตลาดไม่ได้มีโอกาสดี ๆ ทุกวัน ในสภาวะผันผวนสูง มืออาชีพมักจับกำไรก้อนโตได้ (แน่นอนว่าความเสี่ยงก็มากกว่า) แต่ในตลาดที่แกว่งตัวไร้ทิศทาง แม้แต่คนเก่งก็อาจทำกำไรต่อเนื่องได้ยาก นอกจากนี้ ตลาดต่าง ๆ (เช่น Forex vs. หุ้น) เองก็มีโครงสร้างโอกาสที่แตกต่างกัน
5) การบริหารความเสี่ยง
นอกจากกฎเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด วินัยในการบริหารความเสี่ยงส่วนตัวของคุณก็สำคัญไม่แพ้กัน เทรดเดอร์ที่ทำเงินได้ระยะยาวมักมีลักษณะเหล่านี้:
✔ ควบคุม position sizing อย่างสมเหตุสมผล
✔ ตั้ง stop loss อย่างเคร่งครัด
✔ ไม่ revenge trading ตามอารมณ์เมื่อขาดทุน
ถ้าทำบัญชีระเบิดเพราะบริหารความเสี่ยงแย่ ผลลัพธ์มีแค่หนึ่งเดียว: รายได้จากบัญชีนั้นเป็นศูนย์
6) โมเดลธุรกิจของบริษัท
จุดนี้มักถูกมองข้าม บริษัท Prop Trading ออนไลน์บางแห่งมีรายได้หลักจากค่าซื้อบัญชีเดโม่ที่คนล้มเหลวจ่าย ไม่ใช่ส่วนแบ่งกำไรจากเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ บริษัทประเภทนี้อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ培养เทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้ระยะยาวจริง ๆ ส่วนบริษัทที่ดีกว่าจะมีรายได้หลักจากการแบ่งกำไรระยะยาวกับเทรดเดอร์ที่ทำกำไรสม่ำเสมอ การดูชื่อเสียงของบริษัท ประวัติการถอนเงิน จำนวนเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จและอยู่รอดระยะยาว ช่วยให้คุณตัดสินความน่าเชื่อถือได้ และส่งผลโดยตรงต่อว่าคุณจะทำเงินได้ต่อเนื่องหรือไม่
แล้วช่วงรายได้ที่เป็นจริงคือเท่าไหร่?
การให้ตัวเลขที่แม่นยำสำหรับ "เทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้เท่าไหร่" นั้นยากมาก โดยเฉพาะในระบบแบ่งกำไร (รายได้จริงของเทรดเดอร์ Prop Trading ในประเทศยิ่งนับสถิติได้ยาก) แต่เราสามารถประเมินจากค่าตอบแทนเฉลี่ยของเทรดเดอร์ที่ถูกจ้าง และกรณีทั่วไปของเทรดเดอร์ที่ใช้เงินทุนบริษัท — เงื่อนไขเดียวที่ต้องมีเสมอคือ: ผลงานคือราชา
ระดับรายได้เฉลี่ย (สำหรับเทรดเดอร์ที่ถูกจ้าง)
เว็บไซต์เงินเดือนในยุโรปและอเมริกา รวมถึงข้อมูลในอุตสาหกรรมให้เบาะแสบางอย่าง ที่ช่วยให้เข้าใจว่าเทรดเดอร์ที่ถูกจ้างโดยตรงในบริษัท Prop Trading แบบดั้งเดิม (ระบบเงินเดือนพื้นฐาน + โบนัส) หาเงินได้ประมาณเท่าไหร่ แต่ต้องระวังว่าเหล่านี้เป็นแค่ค่าเฉลี่ย รายได้จริงขึ้นอยู่กับบริษัทเอง เมืองที่ตั้ง และผลงานส่วนตัวของเทรดเดอร์เป็นอย่างมาก
✍ ค่าเฉลี่ยโดยรวม: ในสหรัฐฯ ข้อมูลที่พบบ่อยแสดงว่าเงินเดือนพื้นฐานเฉลี่ยของเทรดเดอร์ Prop Trading อยู่ที่ประมาณ 100,000 – 125,000 ดอลลาร์/ปี (ประมาณ 3,500,000 – 4,375,000 บาท) แต่ช่วงนี้ครอบคลุมทุกระดับตั้งแต่มือใหม่ถึงเทรดเดอร์อาวุโส ข้อมูลบางแหล่งแสดงว่ารายได้รวมเฉลี่ยรวมโบนัสอาจอยู่ระหว่าง 100,000 – 300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500,000 – 10,500,000 บาท) ในเมืองศูนย์การเงินอย่างนิวยอร์ก เงินเดือนมักสูงกว่า ค่าเฉลี่ยอาจสูงถึง 126,000 ดอลลาร์ขึ้นไป (ประมาณ 4,410,000 บาท)
✍ มือใหม่ vs. เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์:
◔ เทรดเดอร์มือใหม่: เงินเดือนพื้นฐานมักอยู่ที่ 50,000 – 80,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,750,000 – 2,800,000 บาท) ในบริษัทชั้นนำรวมโบนัสแล้วรายได้รวมอาจสูงถึง 100,000 – 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500,000 – 7,000,000 บาท)
◔ เทรดเดอร์ระดับกลาง: เงินเดือนพื้นฐานประมาณ 80,000 – 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,800,000 – 5,250,000 บาท) รายได้รวมอาจสูงถึง 200,000 – 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,000,000 – 17,500,000 บาท)
◔ เทรดเดอร์อาวุโส: เงินเดือนพื้นฐานอาจสูงถึง 150,000 – 250,000 ดอลลาร์ขึ้นไป (ประมาณ 5,250,000 – 8,750,000 บาท) เทรดเดอร์ดาวเด่นจริง ๆ รายได้ต่อปีอาจเกิน 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,500,000 บาท) หรือแม้กระทั่งทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 35,000,000 บาท)
ข้อมูลจากสหราชอาณาจักรแสดงว่าเด็กฝึกงานเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 – 50,000 ปอนด์ เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์เงินเดือนพื้นฐานอาจเพิ่มขึ้นถึง 120,000 ปอนด์ขึ้นไป พร้อมโบนัสผลงานที่可观
ต้องเน้นเป็นพิเศษว่าระดับรายได้ข้างต้นใช้เฉพาะกับตำแหน่งที่ถูกจ้างเท่านั้น ตำแหน่งเหล่านี้มักต้องการพื้นฐานการศึกษาที่เฉพาะเจาะจง กระบวนการสัมภาษณ์ที่เข้มงวด และต้องทำงานในออฟฟิศ
ศักยภาพรายได้ในระบบแบ่งกำไร
สำหรับเทรดเดอร์ Prop Trading ออนไลน์ รายได้จากการแบ่งกำไรขึ้นอยู่กับผลงานทั้งหมด จึงผันผวนมาก ไม่มีเงินเดือนพื้นฐานเป็นหลักประกัน
ตัวอย่างการคำนวณ:
◔ เทรดเดอร์ A: เงินทุนบัญชี 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500,000 บาท) เดือนหนึ่งทำกำไร 5% (5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 175,000 บาท) อัตราแบ่งกำไร 80% รายได้ต่อเดือน: 4,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 140,000 บาท)
◔ เดือนถัดไป เทรดเดอร์ A คนเดิมทำกำไร 3% (3,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 105,000 บาท) รายได้ต่อเดือน: 2,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 84,000 บาท)
◔ เทรดเดอร์ B: บัญชีอัปเกรดเป็น 200,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,000,000 บาท) กำไรต่อเดือน 4% (8,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 280,000 บาท) อัตราแบ่งกำไร 90% รายได้ต่อเดือน: 7,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 252,000 บาท)
◔ เทรดเดอร์ C: เดือนนั้นขาดทุนหรือละเมิดกฎ รายได้ 0 บัญชีอาจถูกยกเลิก
✍ ความผันผวนของรายได้คือเรื่องปกติ: ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดถึงความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างผลงาน = รายได้ รายได้ไม่เคยรับประกัน เดือนหนึ่งทำกำไรก้อนโต เดือนถัดไปอาจเสมอตัวหรือขาดทุน ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำกำไรอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ข้อมูลบางส่วนแสดงว่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือนของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอาจอยู่ที่ 8,000 – 25,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 280,000 – 875,000 บาท) แต่นั่นไม่ใช่ระดับที่คนส่วนใหญ่ที่ลอง Prop Trading จะทำได้เลย
✍ เทรดเดอร์ระดับท็อป vs. เทรดเดอร์ทั่วไป: คุณอาจได้ยินว่าเทรดเดอร์บางคนมีรายได้ต่อปีสูงถึงหกหลักหรือเจ็ดหลัก โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่บริหารบัญชีขนาดใหญ่ (1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป หรือประมาณ 35,000,000 บาท) และทำผลตอบแทนสูงสม่ำเสมอในระยะยาว แต่กรณีแบบนี้คล้ายถูกลอตเตอรี่ — โอกาสเกิดต่ำมาก คนส่วนใหญ่ที่ลอง Challenge Prop Trading ไม่ผ่าน และคนที่ผ่านก็ยากที่จะรักษากำไรสม่ำเสมอในระยะยาว
✍ เป้าหมายรายเดือนที่เป็นจริง: การทำกำไรต่อเนื่องสม่ำเสมอนั้นยากมาก เป้าหมายในช่วงประเมินอาจเป็น 8–10% แต่การรักษาระยะยาวยากมาก คนส่วนใหญ่เห็นว่า สำหรับเทรดเดอร์ที่มีทักษะ เป้าหมายกำไรต่อเดือนที่เป็นจริงและยั่งยืนอยู่ที่ประมาณ 2–5% แม้ทำได้ 5% ต่อเดือนสม่ำเสมอ (ในบัญชี 100,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,500,000 บาท แบ่งกำไร 80% รายได้ต่อเดือน 4,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 140,000 บาท) ก็ต้องใช้ทักษะและวินัยสูงมาก การไล่ล่ากำไรที่สูงกว่า (เช่น 10%+) มักหมายถึงการรับความเสี่ยงที่มากขึ้น และรักษาระยะยาวได้ยากกว่า
เมื่อพิจารณารายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading ในระบบแบ่งกำไร ควรให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนที่ทำได้จริงและสม่ำเสมอ แล้วคูณด้วยเงินทุนบัญชีและอัตราแบ่งกำไร ไม่ใช่แค่ดูเรื่องราวผลตอบแทนสูงที่สะดุดตา เท่านี้คุณจึงจะมีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับระดับรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading ในกรณีทั่วไป
ระวัง: คนส่วนใหญ่ไม่ผ่าน Challenge
สิ่งสำคัญมาก: คนส่วนใหญ่ที่ลอง Challenge เหล่านี้จะล้มเหลว ประมาณการแสดงว่าเกิน 90% ไม่ผ่าน สาเหตุอาจรวมถึง:
✔ เป้าหมายกำไรสูงเกินไป
✔ กฎดรอวดาวน์สูงสุดเข้มงวดมาก
✔ พังทลายภายใต้ความกดดัน
✔ กลยุทธ์การเทรดเองไม่สามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน
สำหรับบริษัท Prop Trading ออนไลน์หลายแห่ง ค่าธรรมเนียมจากคนที่ล้มเหลวใน Challenge คือแหล่งรายได้หลัก
ดังนั้น คุณต้องมีมุมมองที่สมจริงต่อโอกาสผ่านของตัวเอง มองค่าธรรมเนียมนี้เป็นต้นทุนการลอง และไม่มีการรับประกันใด ๆ ว่าจะได้เงินทุนแน่นอน การเข้าใจความจริงนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าใจรายได้ของเทรดเดอร์ Prop Trading หลายคนไม่ได้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว แถมยังเสียค่าสมัครอีก
บทสรุป
กลับมาที่คำถามหลัก: เทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้จริงเท่าไหร่?
พูดตรง ๆ ก็คือ แล้วแต่คน สำหรับเทรดเดอร์ส่วนน้อยที่มีทักษะแข็งแกร่ง มีวินัยสูงมาก และทำกำไรสม่ำเสมอในระยะยาว Prop Trading สามารถสร้างรายได้ที่可观มากจริง ๆ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ นี่คือเส้นทางที่มีอัตราคัดออกสูง แรงกดดันทางจิตใจหนัก และผลตอบแทนไม่มั่นคงอย่างมาก
การมอง Prop Trading เป็น "ทางลัดรวยเร็ว" มักแลกมาด้วยความผิดหวังและค่าสมัครที่สูญเปล่า นี่คือสาขาที่ต้องการสูงมาก เหมาะที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่มีกลยุทธ์ทำกำไร เข้าใจความเสี่ยง และพร้อมทุ่มเทอย่างเต็มที่ การเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้คือกุญแจในการตัดสินว่าเทรดเดอร์ Prop Trading หาเงินได้เท่าไหร่