ศัตรูตัวร้ายที่สุดของการเทรด ไม่เคยเป็นตลาด แต่เป็นตัวเราเองที่ใจร้อนเกินไป
ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่เทรดเดอร์มักทำคืออะไร? คือคุณไม่รู้ว่าขาดทุนได้ยังไง และไม่รู้ว่ากำไรได้ยังไง เทรดเดอร์ที่ขาดทุนมักหมกมุ่นกับการวิเคราะห์ตลาด ส่วนเทรดเดอร์ที่ทำกำไรคือคนที่ยึดมั่นในกฎ
คุณคิดว่าระบบเทรดแบบไหนถึงจะเป็นระบบที่ดี? คือการตามอารมณ์ตลาด และเทรดเฉพาะจังหวะที่เข้ากับสไตล์ตัวเอง
พิธีกร: สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่รายการสัมภาษณ์ Trader Talk โดยได้รับเกียรติจาก ebc กรุ๊ปเป็นผู้สนับสนุนพิเศษ วันนี้เรามีแขกรับเชิญคือ อาลิน ซึ่งแท็กของเขาน่าสนใจมาก คือเป็นคนที่เปลี่ยนการเทรดจากเรื่องลี้ลับให้เป็นศาสตร์ทางวิศวกรรม
คุณเทรดมา 8 ปี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณได้สังเกตเทรดเดอร์รอบตัว เห็นความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างคนที่ทำกำไรกับคนที่ขาดทุนไหมครับ?
อาลิน: ผมว่าปรากฏการณ์นี้น่าสนใจนะ ผมสังเกตเทรดเดอร์รอบตัวหลายคน สรุปได้ว่า คนที่ขาดทุนมักหมกมุ่นกับการวิเคราะห์ตลาด ส่วนคนที่ทำกำไรคือคนที่ยึดมั่นในกฎ
พิธีกร: จากประสบการณ์ของคุณเอง คุณคิดว่าข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดที่คุณเคยทำ หรือที่คุณคิดว่าเทรดเดอร์คนอื่นมักทำกันคืออะไรครับ?
อาลิน: ผมว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของการเทรด รวมถึงสิ่งที่ผมเองเคยทำบ่อยที่สุด คือการเทรดแบบไร้ระเบียบ คือคุณไม่รู้ว่าขาดทุนได้ยังไง ไม่รู้ว่ากำไรได้ยังไง มองไม่เห็นความหวังในการเทรด ทำไปแบบมึนๆ
ถ้าถามเขาว่าระบบคืออะไร กลยุทธ์คืออะไร กฎการเทรดคืออะไร เขาตอบไม่ได้
คือไม่มีระบบ ไม่มีกฎ ไม่มีการ复盘 (ทบทวน) ดังนั้นก็จะขาดทุนไปเรื่อยๆ
พิธีกร: คุณพูดถึงการมองไม่เห็นความหวังในการเทรด ตอนนั้นคุณอยู่ในช่วงไหนของชีวิตการเทรด และคุณออกมาจากจุดนั้นได้ยังไงครับ?
อาลิน: ประมาณปี 2016 และ 2019 ช่วงนั้นคือยุคแห่งความโกลาหลในชีวิตการเทรดของผม ตอนนั้นผมคิดว่าแค่มีเทคนิคการเทรดชุดหนึ่งก็สามารถเอาชนะตลาดได้ทุกทาง แต่พอกลับมามองตอนนี้ ก็รู้ว่าเทคนิคตอนนั้นยังไม่成熟 และไม่มีระบบการเทรดที่สมบูรณ์
สิ่งที่ทำคือเรียนรู้เทคนิคไปเรื่อยๆ เรียนรู้ระบบเทรดไปเรื่อย พอเทรดจริงขาดทุน ก็เปลี่ยนระบบ พอเทรดจริงอีกก็ขาดทุนอีก ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทรมานตัวเองอยู่ในกระบวนการนี้ ตอนนั้นทรมานมาก แต่หลังจากนั้นผมก็反思 (คิดทบทวน) อยู่เรื่อยๆ ว่าจะหยุดวงจรนี้ยังไง
จุดเปลี่ยนมาจากการ复盘 (ทบทวน) อย่างลึกซึ้ง ผมเอาข้อมูลทั้งหมดที่เคยเทรดมา รวมถึงการเทรดทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกัน แล้วพบว่าการขาดทุนก้อนใหญ่ส่วนใหญ่มาจากการเทรดตามอารมณ์โดยไม่ทำตามกฎ
วินาทีนั้นผมก็เข้าใจว่า แก่นแท้ของการเทรดอาจไม่ใช่การคาดการณ์ แต่คือกฎระเบียบมากกว่า ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วก็รู้สึกว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะหยุดสถานะแบบนี้คือการปฏิเสธการเทรดแบบไร้ระเบียบ
พิธีกร: คุณคิดว่าการจะ打破 (ทำลาย) สถานะความโกลาหลนี้ ขั้นแรกควรเริ่มจากตรงไหนครับ?
อาลิน: ผมคิดว่าวิธีเดียวที่จะ打破 (ทำลาย) การเทรดแบบโกลาหลคือการสร้างกฎระเบียบ ผมว่าจำเป็นต้องมีระบบเทรดที่มีความ positive (เป็นบวก) ทำซ้ำได้สูง ปฏิบัติได้จริง และมีความเป็นวิทยาศาสตร์
แน่นอนว่าระบบเทรดไม่ได้万能 (ใช้ได้ทุกสถานการณ์) แม้ผมจะทำมานานขนาดนี้ ผมก็กล้าพูดได้แค่ว่า การเทรดคือช่วงตลาดช่วงหนึ่ง ตลาดให้โอกาสผม จับคู่กับกลยุทธ์ของผม แล้วทำให้ผมได้กำไร
ดังนั้นมันคือการตามตลาด ตามอารมณ์ของตลาด และเทรดเฉพาะจังหวะที่เข้ากับตัวเอง
พิธีกร: แต่หลายคนอาจบอกว่า ฉันก็ตั้งกฎแล้ว รู้ว่าต้องทำแบบนี้ แต่ทำตามไม่ได้ ปัญหามันอยู่ตรงไหน และควรทำยังไงครับ?
อาลิน: ถ้าจะลงลึกถึงสาเหตุ ก็คือคำเดียวว่า "ใจร้อน" ศัตรูตัวร้ายที่สุดของการเทรด ไม่เคยเป็นตลาด แต่เป็นตัวเราเองที่ใจร้อนเกินไป ผมเองก็เคยผ่านช่วงแบบนั้นมา
คือใจร้อนอยากให้พอร์ตเทรด double (เพิ่มเท่าตัว) อยากเอาขาดทุนกลับคืนมา อยากพิสูจน์ตัวเอง
พอถึงจุดนั้น พออารมณ์ขึ้นมา กฎทั้งหมด กรอบที่ตั้งไว้ทั้งหมด ณ วินาทีนั้นก็ไร้ความหมาย เขาอยากได้ผลลัพธ์จากตลาดเร็วๆ ดังนั้นการเคลื่อนไหวหลายอย่าง รวมถึงการเทรดก็จะเพี้ยนไป
พิธีกร: ดังนั้นตั้งแต่เริ่มเข้าตลาด เราอาจไม่ควรมี mindset (ทัศนคติ) แบบว่าจะรวยเร็วๆ หาเงินก้อนโตทันที
จริงๆ แล้วสำหรับนักลงทุนหลายคน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คุณมองเรื่องการจัดการอารมณ์ในการเทรดยังไงครับ?
อาลิน: ผมว่าการจัดการอารมณ์เป็นเรื่องหลอกลวง คือการจัดการอารมณ์它不是 (ไม่ใช่) เกิดจากการฝึกฝน แต่เกิดจากระบบ แล้วทำไมถึงพูดแบบนั้น?
ผมว่าเทรดเดอร์หลายคนอาจทำสองขั้นตอนแรกไม่ดีพอ เช่น คุณมีระบบไหม พอมีระบบแล้ว คุณปฏิบัติตามได้เต็มที่ไหม
ถ้าสองส่วนนี้ทำไม่ได้ แล้วไปพูดเรื่องการจัดการอารมณ์ใหญ่โต ผมว่ามันกลับด้าน
พิธีกร: สมมติว่าผมมีระบบเทรด แต่เป็นเวลานานที่ไม่ได้ feedback (ผลตอบกลับ) หรือแรงเสริมเชิงบวกจากระบบนี้ ผมควรทำยังไงครับ?
อาลิน: สาเหตุหลายอย่างมาจากการที่คุณมองไม่เห็นว่าระบบของคุณ承受 (รองรับ) อะไรได้บ้าง พูดให้ละเอียดขึ้น รวมถึงกระบวนการที่ผมเริ่มจากมีระบบ แล้วไปเทรดจริง แล้วค่อยๆ ได้ผลลัพธ์จากระบบ
ส่วนใหญ่คือการวิเคราะห์ SWOT ผมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพิสูจน์จุดแข็งของระบบเทรด รวมถึงข้อบกพร่อง โอกาส และความเสี่ยง
พิธีกร: คุณพูดถึงความสำคัญของระบบเทรดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณคิดว่าระบบเทรดแบบไหนถึงเป็นระบบที่ดีครับ?
อาลิน: ผมว่าระบบเทรดที่ดีต้อง適合 (เหมาะ) กับตัวคุณเอง เพราะในตลาดมีกลยุทธ์และระบบเทรดมากมาย
มันดีทั้งหมด แต่จะเหมาะกับคุณไหม คุณต้องตั้งคำถาม ดังนั้นคุณต้องปรับให้เข้ากับบุคลิกตัวเอง แม้คุณจะเรียนเทคนิคหรือระบบจากครูคนไหน คุณต้องแปลงให้เป็นของตัวเอง
พิธีกร: ผมอยากถามอีกอย่าง ในระหว่างการเทรดของคุณ เคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม คือคุณฝ่าฝืนวินัยการเทรด หรือไม่ได้ทำตามระบบ แต่กลับได้กำไร?
อาลิน: เคยเจอสถานการณ์แบบนี้จริงๆ คือตอนก่อนหน้านี้มีกฎ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามดีนัก เช่น ผมมีออเดอร์ที่ใกล้จะโดน stop loss (จุดตัดขาดทุน) แล้วจู่ๆ ผมก็เลื่อนไปที่จุด stop loss
บางครั้งสถานการณ์แบบนี้อาจทำให้คุณไม่ขาดทุน แถมยังได้กำไรด้วย แต่ผมว่าการขาดทุนส่วนใหญ่มาจากความ侥幸 (ความเฮง) แบบนี้สักครั้งหนึ่ง
พิธีกร: ตลอดหลายปีที่เทรดมา การเทรดเปลี่ยนชีวิตคุณมากที่สุดตรงไหนครับ?
อาลิน: ผมว่าการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือการ蜕变 (เปลี่ยนผ่าน) ทางความคิด ซึ่งช่วยให้ผมเติบโตในฐานะบุคคลได้มาก
อย่างแรกคือเรื่อง mindset (ทัศนคติ) คุณค่อยๆ ฝึกฝนตัวเอง ให้ตัวเองช้าลง "ช้าคือเร็ว เร็วคือช้า" หลายคนถ้าเรียนรู้ที่จะอยู่รอดในตลาดอย่างช้าๆ และทำกำไรได้ ตลาดก็จะให้กำไรกับคุณเอง
แต่ถ้าคุณใจร้อนเกินไป ตลาดจะสอนบทเรียนที่โหดร้ายให้คุณ
พิธีกร: การสัมภาษณ์วันนี้ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ
EBC สมัครสมาชิก: สมัครเลย เทรดได้ทันที