Marty Schwartz เป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดในซีรีส์ Market Wizards ครับ ไม่นานมานี้ผมเพิ่งอ่านหนังสือของเขาเองที่ชื่อ Pit Bull: Lessons from Wall Street's Champion Trader จบ เขาใช้เวลา 10 ปีในการค้นหาวิธีเทรด เริ่มต้นจากเงินเพียง 40,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) แล้วทบจนกลายเป็น 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) แถมยังสร้างสถิติผลตอบแทนรายปีสูงถึง 781% ในการแข่งขันลงทุนระดับประเทศของสหรัฐฯ คว้าแชมป์มาได้ถึง 9 ครั้ง จนได้รับฉายาว่า "แชมป์เทรดเดอร์"
เขาเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์อิสระที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและเป็นที่รู้จัก publicly มากที่สุดในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตลอดอาชีพส่วนใหญ่ของเขา เขารักษาสถานะเทรดเดอร์อิสระไว้ และกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลงานในการแข่งขันเทรด รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับ Jack Schwager ในหนังสือ Market Wizards เล่มแรก
ในบทความนี้ ผมอยากพูดคุยและทบทวน11 กฎและหลักการเทรดที่เขาสรุปด้วยตัวเอง — หลายข้อผมเองก็นำมาปรับใช้ในการเทรดของผมด้วย บทเรียนเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เทรดเดอร์คนอื่นพัฒนา การเทรดของตัวเองได้ แต่ยังทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งขึ้นว่าเทรดเดอร์มืออาชีพมองตลาดและดำเนินการเทรดอย่างไร
1. วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนต่อไป
หลักการนี้หมายความว่า: เมื่อราคาเริ่มเคลื่อนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แนวโน้มนั้นมีแนวโน้มสูงที่จะดำเนินต่อไป
และเทรดเดอร์มือสมัครเล่นมักอยาก "ซื้อก้น" หรือ "ขายยอด" สวนทางกับแนวโน้มปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริง การเทรดตามแนวโน้มมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
2. "ตัวชี้วัด T" อันมหัศจรรย์
กรอบการมองตลาดของ Marty Schwartz ได้แรงบันดาลใจอย่างมากจากงานวิจัยของ Terry Laundry ซึ่งเป็นนักวิจัยตลาดและเทรดเดอร์ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก Laundry เสนอ"ทฤษฎี T" (T-Theory) ซึ่งเชื่อว่าเวลาที่ตลาดใช้ในการเคลื่อนที่ตามแนวโน้มจะเท่ากับเวลาที่ใช้ในการพักตัว
ทฤษฎี T แบ่งพฤติกรรมตลาดออกเป็นสองช่วง: ช่วงพักและช่วงวิ่ง แนวโน้มที่แข็งแกร่งในทิศทางใดก็ตาม จำเป็นต้องมีช่วงพักที่มีระยะเวลาเท่ากันเพื่อ "สะสมพลัง" Laundry เรียกแนวคิดนี้ว่า "ทฤษฎีเวลาที่สอดคล้องกับแนวโน้ม" เขาเน้นว่าช่วงที่ให้ผลตอบแทนเกินปกติจะต้องตามมาด้วยช่วงที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าปกติเสมอ
จนถึงทุกวันนี้ Schwartz ยังคงใช้เครื่องมือเทรดที่อิงหลักการของทฤษฎี T ซึ่งเขาเรียกว่า "Magic T Oscillator" เพื่อช่วยในการตัดสินใจเทรด
ตรงนี้เราจะไม่พูดถึงรายละเอียดของ "ตัวชี้วัด T" เอง (สามารถค้นหา Terry Laundry T Theory ได้เอง) แต่จะทำความเข้าใจหลักการเคลื่อนไหวของราคาที่อยู่เบื้องหลัง
แก่นความคิดของทฤษฎีนี้คือ: เวลาที่ตลาดขึ้นกับเวลาที่ตลาดลงนั้นใกล้เคียงกัน จึงเรียกว่า "ทฤษฎี T" — เพราะตัวอักษร "T" มีเส้นสองข้างที่ยาวเท่ากัน สื่อถึงความสมมาตรของเวลา
ที่น่าสนใจคือ มีกรณีสุดขั้ว: บางเดือนสัดส่วนวันที่ปิดบวกสูงกว่า 80% (จาก 20 วันเทรด มีขึ้น 16 วัน) ขณะที่บางเดือนต่ำกว่า 25% (จาก 20 วัน ขึ้นแค่ 5 วัน) เมื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่าในช่วงแนวโน้มขาขึ้น จำนวนวันที่ปิดบวกมีมากกว่า ส่วนในช่วงแนวโน้มขาลงก็มีน้อยกว่า — ซึ่งอธิบายการเกิด "ค่าผิดปกติ" เหล่านี้ได้
เมื่อรวมกับหลักการข้อก่อนหน้า เราสามารถสรุปได้ว่า: แทนที่จะคอยทำนายยอดหรือก้นอยู่ตลอดเวลา การเรียนรู้ที่จะเข้าร่วมกับตลาดที่มีแนวโน้มมักมีโอกาสชนะมากกว่า
3. ไฟแดง / ไฟเขียว
"เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียล 10 วัน เป็นอินดิเคเตอร์ที่ผมชอบที่สุดในการ判斷แนวโน้มหลัก ผมเรียกมันว่า 'ไฟแดงไฟเขียว' เพราะในการเทรด การอยู่ฝั่งที่ถูกต้องของเส้นค่าเฉลี่ยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด — มันทำให้คุณได้ความน่าจะเป็นสำเร็จสูงสุด เมื่อราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน มันเหมือนไฟเขียว ตลาดอยู่ในสภาวะบวก คุณควรพิจารณาซื้อ ตรงกันข้าม เมื่อราคาตกลงมาใต้เส้นค่าเฉลี่ย มันเหมือนไฟแดง ตลาดอยู่ในสภาวะลบ คุณควรพิจารณาขาย" — Marty Schwartz
Marty Schwartz ใช้วิธีกรองแนวโน้มที่เรียบง่ายแต่ได้ผลมาก — เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียล (EMA) 10 คาบ
✔ เมื่อราคาอยู่เหนือ EMA 10 คาบ เขาจะพิจารณาแค่ฝั่งซื้อ (long) เท่านั้น;
✔ เมื่อราคาอยู่ใต้ EMA 10 คาบ เขาจะพิจารณาแค่ฝั่งขาย (short) เท่านั้น
หลักการนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในการเทรดหลายไทม์เฟรม
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์สามารถใช้ EMA 10 คาบบนไทม์เฟรมรายวันหรือรายสัปดาห์เพื่อ判斷ทิศทางแนวโน้มโดยรวม จากนั้นในไทม์เฟรมที่เล็กลง (เช่น 1 ชั่วโมง หรือ 15 นาที) ก็มองหาเฉพาะโอกาสเทรดที่สอดคล้องกับทิศทางของ EMA
ในระบบเทรดของผมเอง moving average ก็เป็นหนึ่งในแกนหลักของการตัดสินใจเทรดทั้งหมดเช่นกัน
4. อย่าวาง stop loss ไว้นอกจุดสูงสุดหรือต่ำสุดของกรอบ
กลยุทธ์ moving average มักล้มเหลวในตลาด sideways เพราะราคาจะตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยบ่อยครั้ง ทำให้เกิด "การทะลุปลอม" อยู่เรื่อยๆ
ในสถานการณ์เช่นนี้ คำแนะนำเรื่อง stop loss ของ Marty Schwartz สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการถูกเขี่ย stop loss บ่อยๆ ได้
เทรดเดอร์มือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่ประสบการณ์น้อยหลายคนใช้วิธีวาง stop loss คล้ายกัน ทำให้ตลาด "เดา" ตำแหน่ง stop loss ของพวกเขาได้ง่าย (เช่น วางไว้ใต้จุดต่ำสุดหรือเหนือจุดสูงสุดที่ชัดเจนของกรอบ) ผลลัพธ์ที่ได้มักเป็น — stop loss เพิ่งถูกกระตุ้น ราคาก็กลับตัวทันที
นี่ไม่ใช่ "โบรกเกอร์ล่า stop loss" แต่เป็นเพราะstop loss ของคุณมันชัดเจนเกินไป เป็นที่รู้กันทั่วไปเกินไป
ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ถึงเวลาที่ต้องคิดใหม่เรื่องตรรกะการวาง stop loss แล้วครับ
5. อัตราส่วน put/call เป็นอินดิเคเตอร์แบบสวนทาง
Marty Schwartz ใช้อัตราส่วน put/call (Put/Call Ratio) ของออปชันเป็นอินดิเคเตอร์แบบสวนทาง
แนวคิดของอินดิเคเตอร์นี้คือ: เมื่ออารมณ์ของฝูงชนเอียงไปในทิศทางใดมากเกินไป ตลาดมักใกล้จะกลับตัว
เขาวิเคราะห์สัดส่วนของออปชันฝั่ง bullish กับ bearish ในตลาด เพื่อ判斷ว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่กำลังทำอะไรอยู่ (และคนส่วนใหญ่มักผิด)
6. เข้าใจข่าว
เมื่อเผชิญกับข้อมูลเศรษฐกิจหรือข่าว เทรดเดอร์ส่วนใหญ่สนใจแค่ตัวเลขของข้อมูลเอง แต่กลับมองข้ามปฏิกิริยาของตลาด นี่คือจุดที่ Marty Schwartz แตกต่าง — เขา判斷อารมณ์และความแข็งแกร่งของตลาดจากปฏิกิริยาของราคาต่อข่าว
ประเด็นสำคัญได้แก่:
✔ ตลาดมักไม่ได้เทรด "ตัวเลขข้อมูลเอง" แต่เทรด "การตีความข้อมูลของตลาด";
✔ ถ้าผลออกมาตรงกับที่คาดไว้ ก็มักไม่มีผลมากนัก เพราะตลาดได้สะท้อนไปล่วงหน้าแล้ว;
✔ ถ้าผลออกมาเบี่ยงเบนจากที่คาดอย่างชัดเจน จึงจะเกิดความผันผวนของราคาจริงๆ;
✔ เมื่อตลาดไม่ลงทั้งที่ข่าวร้าย อาจหมายความว่าอารมณ์ฝั่งซื้อยังแข็งแกร่ง และในทางกลับกันก็เช่นกัน
ดังนั้น ในการตีความข่าว อย่าดูแค่ตัวเลข ให้ดูที่ปฏิกิริยา การเข้าใจจิตวิทยาตลาดมักสำคัญกว่าการเข้าใจตัวเลขข้อมูล
ภาคจิตใจและจิตวิทยา
7. สร้าง "ความเชื่อมโยง" กับกราฟและรักษาวินัยในการทำงาน
วินัยในการทำงานของ Marty Schwartz น่าทึ่งมาก เขาเขียนกราฟด้วยมือ — วาดทุกการเคลื่อนไหวของราคาบนกระดาษด้วยตัวเอง
เขาเชื่อว่าวิธีนี้ทำให้เขา "ใกล้ชิดตลาด" มากขึ้น เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเทรดได้ลึกซึ้งขึ้น แม้จะใช้เวลา แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นมหาศาล
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่แค่เปิดดูสินค้าหลายๆ ตัวแบบไร้ทิศทาง ลากเส้นสองสามเส้น ใส่ indicator สองสามตัว จนบังเอิญเจอจุดที่ดูเหมือนสัญญาณก็เข้าเทรด แต่ Marty Schwartz สร้างความเชื่อมโยงกับตลาดผ่านวิธีที่มุ่งเน้น มีระเบียบ และลึกซึ้ง
วินัยและการมุ่งเน้นของเขาคือกุญแจที่ทำให้เขาเป็น "แชมป์เทรดเดอร์แห่งวอลสตรีท"
8. ใช้เช็คลิสต์และแผนเทรด
Marty Schwartz มีคำพูดเด็ดสองประโยค:
✍ "ผมตรวจเช็คลิสต์ของผมก่อนเทรดทุกครั้ง มันเป็นแผ่นที่ผมเขียนด้วยมือ เคลือบพลาสติก แล้วแปะไว้ที่มุมโต๊ะ"
✍ "ถ้าคุณมีแผนเทรดล่วงหน้า มันจะให้ความกล้าหาญแก่คุณใน 'ความร้อนแรงของการรบ'"
สิ่งนี้แสดงให้เห็นสองอย่าง:
✎ เช็คลิสต์การเทรดที่ชัดเจนและมองเห็นได้จะป้องกันไม่ให้คุณเทรดแบบหุนหันหรือตามอารมณ์;
✎ แผนเทรดที่วางไว้ล่วงหน้าจะทำให้คุณใจเย็นและมีระเบียบมากขึ้นเมื่อตลาดเปิด
เมื่อคุณลังเลว่าจะเข้าเทรดหรือไม่ ให้กลับไปดูแผนของตัวเอง — ถ้ามันไม่ตรงกับเกณฑ์ที่คุณตั้งไว้ล่วงหน้า ก็อย่าทำ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาวินัย
9. ก่อนเปิดสถานะ ถามตัวเองว่า: "ฉันอยากถือสถานะนี้จริงๆ เหรอ?"
ก่อนกดปุ่มเทรด ใช้เวลาสองสามวินาทีถามตัวเองว่า: การเทรดนี้ตรงกับกฎของฉันจริงไหม? ฉันกำลังไล่ราคา, revenge trading, หรือแค่หา "ความตื่นเต้น" อยู่หรือเปล่า?
แค่คิดอย่างใจเย็นสองสามวินาที ก็สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเทรดที่ผิดพลาดได้มากมาย
10. "การขาดทุนที่ใหญ่ที่สุดของผม มักเกิดขึ้นหลังจากที่ผมทำกำไรได้มากที่สุด"
การจัดการจิตใจคือหัวใจของความสำเร็จในการเทรด
หลังจากชนะติดต่อกันหลายครั้ง เทรดเดอร์มักมั่นใจเกินไป คิดว่าตัวเอง "เข้าใจตลาดหมดแล้ว" เริ่มผ่อนวินัย เข้าเทรดเร็วขึ้น เพิ่มขนาด lot
แต่ทุกช่วงที่ชนะติดกันย่อมมีวันจบ และสิ่งที่ตามมามักเป็นการขาดทุนครั้งใหญ่
ดังนั้น ในช่วงที่ทำกำไรได้มากที่สุด กลับต้องระวังให้มากที่สุด
11. ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดในการเทรด — คือตัวคุณเอง
"คนส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขากำลังสู้กับตลาด แต่ตลาดไม่ได้สนใจคุณเลย ที่จริงแล้ว คู่ต่อสู้ตัวจริงของคุณคือตัวคุณเอง อย่าพยายามบังคับตลาดเพื่อพิสูจน์ว่าคุณถูก ฟังแค่สิ่งที่ตลาดกำลังบอกคุณตอนนี้ อย่าไปยึดติดกับสิ่งที่มันบอกเมื่อห้านาทีที่แล้ว เป้าหมายเดียวของการเทรด ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าคุณถูก แต่คือการทำให้เครื่องคิดเงินดัง 'ติ๊ง'" — Marty Schwartz
ข้อความนี้มีแนวคิดลึกซึ้งสองประการ:
✎ อย่าให้อีโก้และอารมณ์มารบกวนการเทรด;
✎ ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์การเทรดอยู่ที่ตัวคุณเองเสมอ
แม้เราไม่สามารถควบคุมทิศทางของตลาดได้ แต่เราสามารถควบคุมปฏิกิริยาและการตัดสินใจของตัวเองได้
อย่าพยายาม "บังคับตลาดด้วยความตั้งใจ" และอย่าหาข้อแก้ตัวให้กับการขาดทุน ตลาดเป็นแค่กระจกที่สะท้อนจิตใจและวินัยของคุณ
ในระยะยาว ตัวคุณเองคือตัวแปรที่สำคัญที่สุดในระบบเทรดของคุณ
สรุป
แนวคิดการเทรดของ Marty Schwartz มีคำสำคัญสองคำที่贯穿ตลอด: วินัยและการทบทวนตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นการ判斷แนวโน้ม การบริหารความเสี่ยง หรือการจัดการจิตใจ เขาเน้นย้ำเสมอว่า "เทรดตามแนวโน้ม" "วางแผนล่วงหน้า" "รักษาความใจเย็น"
11 หลักการของเขา ไม่ใช่แค่คู่มือทางเทคนิค แต่เป็นวิธีคิดของเทรดเดอร์มืออาชีพ
ถ้าคุณเข้าใจและนำจิตวิญญาณเหล่านี้ไปปฏิบัติได้จริง — คุณก็เหนือกว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่แล้วครับ